พนันฟุตบอล ฐิติพันธ์พร้อมช่วยช้างศึกเต็มที่ลุยไชนา คัพ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ฐิติพันธ์พร้อมช่วยช้างศึกเต็มที่ลุยไชนา คัพ

มิดฟิลด์พลังไดนาโมหวังนำประสบการณ์และความมั่นใจจาก โออิตะ ทรินิตะ มาช่วยทัพช้างศึกลุยสี่เส้าจีน
ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ กองกลางโออิตะ ทรินิตะ ทีมในเจ 1 ลีก หวังนำประสบการณ์ค้าแข้งที่ญี่ปุ่นครั้งแรก กลับมาช่วย ทีมชาติไทย ทำผลงานให้ดีที่สุด ในศึก ไชนา คัพ 2019 ระหว่างวันที่ 21-25 มีนาคม 2562 ภายใต้ปฏิทินฟีฟ่า เดย์

กองกลางวัย 25 ปี เพิ่งย้ายไปเล่นที่ญี่ปุ่น ในฤดูกาล 2019 ก่อนยึดตัวจริงได้ทันที เมื่อช่วยทีมเก็บชัยชนะได้ถึง 3 นัดจาก 4 นัดแรก รั้งอันดับ 3 ของตาราง โดยล่าสุด ฐิติพันธ์ ให้สัมภาษณ์ ก่อนลัดฟ้าสู่ จีน ว่า

“ผมไปเล่นที่ญี่ปุ่นมา ล่าสุดก็เพิ่งช่วยต้นสังกัดคว้า 3 คะแนนแรกในบ้านได้ (ชนะ โยโกฮามา เอฟ มารินอส 2-0) ดังนั้น เรื่องสภาพร่างกาย และความฟิต สมบูรณ์เต็มที่ครับ ที่สำคัญ จากการซ้อมหนักของที่นั่น ตอนนี้น้ำหนัก ก็ลดมาประมาณ 3 กิโลกรัมครับ”

พนันฟุตบอล “ดีใจครับ ที่ช่วยทีม เก็บชัยชนะได้ถึง 3 นัดจาก 4 นัดแรกในลีก ส่วนหนึ่งต้องชื่นชมโค้ชครับ ที่วางแท็คติค แต่ละเกมได้ดี ช่วงแรก ยอมรับว่าผมปรับตัวยากเหมือนกันครับ แต่หลังจากนั้น ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะเพื่อนร่วมทีม ก็เป็นกันเองครับ”

“ตอนนี้รู้สึกมั่นใจครับ แต่มันก็ยังวัดอะไรมากไม่ได้ เพราะการเล่นที่ญี่ปุ่น ก็เพิ่งผ่านมา 4 นัด ผมยังต้องใช้เวลาพิสูจน์ตัวเอง ก็หวังว่า จะนำประสบการณ์ที่ได้รับตลอด 2 เดือน มาช่วย ทีมชาติไทย ทำผลงานให้ดีที่สุด ในรายการนี้ครับ”

“ทีมชุดนี้ มีทั้งผู้เล่นเก่า ที่หายไปนาน และหน้าใหม่ ที่ติดเข้ามา ผมมองว่า เป็นเรื่องดีครับ เพราะทั้งหมด ก็น่าจะมีความกระหายในการเล่น และ ยากที่จะพิสูจน์ตัวเอง ส่วนตัวก็ดีใจครับ ที่ได้ร่วมงานกับทุกคน และ หวังว่าเราทั้งหมดจะทำผลงานออกมาได้ดีครับ” ฐิติพันธ์ ปิดท้าย

สำหรับ ทีมชาติไทย จะประเดิมพบกับ ทีมชาติจีน (เจ้าภาพ) วันที่ 21 มีนาคม ขณะที่ ทีมชาติอุรุกวัย จะพบกับ ทีมชาติอุซเบกิสถาน วันที่ 22 มีนาคม โดยผู้แพ้ของทั้งสองคู่จะไปเล่นนัดชิงที่สาม และผู้ชนะจะไปเล่นในรอบชิงชนะเลิศ ในวันที่ 25 มีนาคม วันเดียวกัน

เล่นพนันบอล เรือสิบคนแซงดับชาลเก้ 3-2

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เรือสิบคนแซงดับชาลเก้ 3-2

เรือใบสีฟ้าที่เหลือ 10 คน พลิกเฉือนชนะราชันสีน้ำเงินช่วงท้ายเกม โดยที่แนวรุกเยอรมันลุกจากม้านั่งสำรองลงมากดฟรีคิกใส่ทีมเก่าได้ด้วย
ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2018-2019 รอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดแรก เป็นการพบกันระหว่าง ชาลเก้ 04 เปิดรังเหย้า เฟลตินส์ อารีนา ต้อนรับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

โดเมนิโก้ เทเดสโก้ กุนซือเจ้าบ้าน นำทัพมาโดยอดีตแข้งเรือใบสีฟ้าอย่าง มาติยา นาสตาซิช ซึ่งจะได้ดวลกับต้นสังกัดเก่า รวมถึงอดีตกองกลางที่เคยอยู่กับท็อตแนท ฮ็อตสเปอร์อย่าง นาบิล เบนทาเล็บ

ด้านทีมเยือนของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา เลือกใส่ชื่อของ เลรอย ซาเน อดีตแข้งราชันสีน้ำเงินเป็นตัวสำรอง โดยใช้ เซร์คิโอ อเกวโร ค้ำหน้าเป้าคอยทำเกมรุกร่วมกับ แบร์นาร์โด้ ซิลวา และ ราฮีม สเตอร์ลิง

Editor Picks
ก่อนจะถึงคาราบาว คัพ: ย้อนอดีตสปอนเซอร์ลีกคัพอังกฤษ
Squad Focus : ส่องขุมกำลัง 16 ทีม โตโยต้า ไทยลีก 2019
STAY TUNED: ตารางถ่ายทอดสดฟุตบอล
ทะเลมีฉลาม สนามมีตำนาน: 10 ผู้เล่นยอดเยี่ยมตลอดกาล ชลบุรี เอฟซี

เริ่มเกมมาเป็นซิตี้ที่พยายามไล่กดดันแนวรับของชาลเก้ จนกระทั่งนาทีที่ 18 ก็สามารถพังประตูขึ้นนำได้สำเร็จ จากจังหวะที่ ราล์ฟ แฟห์รมันน์ จ่ายบอลหน้าเขตโทษตัวเองหวังจะให้ ซาลีฟ ซาเน แต่ดันกลับโดน ดาบิด ซิลบา วิ่งมาฉกด้านหลังดื้อๆ ก่อนเลือกถวายพานต่อให้ อเกวโร แปด้วยขวาจ่อๆอย่างง่ายดาย ส่งให้เรือใบสีฟ้าบุกนำ 1-0

เล่นพนันบอล ทว่าในนาทีที่ 38 ชาลเก้ก็มาได้จุดโทษ จากจังหวะที่ ดาเนียล คาลิกูรี ยิงด้วยซ้ายไปโดนแขนขาของ นิโคลัส โอตาเมนดี้ ออกหลัง ซึ่งผู้ตัดสินไม่ให้ฟาวล์ในทีแรก แต่เมื่อมีการเช็คจาก VAR ก็เปลี่ยนมาชี้ให้เป็นจุดโทษ ก่อนที่ เบนทาเล็บ จะรับหน้าที่สังหารไม่พลาด ทำให้สกอร์กลับมาเท่ากันอีกครั้งที่ 1-1

ต่อมานาทีที่ 45 ราชันสีน้ำเงินมาได้จุดโทษอีกครั้ง จากจังหวะที่ แฟร์นันดินโญ ไปเจตนาผลัก ซาลิฟ ซาเน จนล้มลงไป ก่อนจะเป็น เบนทาเล็บ เจ้าเก่าคนเดิมสังหารไม่พลาดเช่นเคย ช่วยให้เจ้าบ้านพลิกแซงขึ้นนำบ้าง 2-1

ครึ่งหลังแม้ว่าทีมเยือนจะหาโอกาสบุกหนักเพื่อหวังตีเสมอบ้าง แต่ก็ยังเจาะแนวรับเจ้าบ้านไม่ได้ แถมซ้ำร้ายยังต้องมาเหลือ 10 คนด้วย ในนาทีที่ 68 เมื่อ โอตาเมนดี้ ไปหวดขาของ กีโด้ บวร์กสตัลเลอร์ จากด้านหลัง จนโดนใบเหลืองที่สองเป็นใบแดงไล่ออกจากสนามไปตามระเบียบ

แต่แล้วในนาทีที่ 85 ซิตี้ที่ผู้เล่นเป็นรองกลับมาฮึดตีเสมอได้ จากลูกฟรีคิกที่ เลรอย ซาเน ซึ่งลงมาแทน อเกวโร ตั้งแต่นาทีที่ 78 ยิงด้วยซ้ายข้างถนัดเสียบตาข่ายอย่างสวยงาม และถือเป็นการพังประตูใสทีมเก่าของเจ้าตัวด้วย ทำให้สกอร์กลับมาเท่าอีกครั้งที่ 2-2

จากนั้นนาทีที่ 90 เรือใบสีฟ้ามาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง จากจังหวะที่ เอแดร์สัน สาดบอลโด่งยาวตั้งแต่แดนตัวเองมาให้ สเตอร์ลิง เบียดสลัดหนีตัวประกบอย่าง บาสเตียน อ็อคซิปก้า ก่อนได้หลุดเดี่ยวไปยิงด้วยขวาตุงตาข่าย ส่งให้ทีมเยือนแซงนำบ้าง 3-2

สุดท้ายไม่มีประตูเกิดขึ้นเพิ่มเติมอีกแต่อย่างใด ส่งผลให้สุดท้ายจบเกมเป็นแมนเชสเตอร์ ซิตี้ที่เหลือผู้เล่นน้อยกว่าบุกมาแซงชนะแบบสุดมัน 3-2 กุมความได้เปรียบก่อนนัดสองจะได้กลับไปเล่นที่เอติฮัด สเตเดี้ยม คืนวันอังคารที่ 12 มีนาคม